ประเพณีสารทไทยกล้วยไข่เมืองกำแพง

ประเพณีสารทไทยกล้วยไข่เมืองกำแพง

ประวัติ / ความเป็นมา
          จังหวัดกำแพงเพชร เป็นจังหวัดที่นิยมปลูกกล้วยไข่กันมาก จนกลายเป็นพืชผลเศรษฐกิจทำรายได้เข้าจังหวัดปีหนึ่งๆ ประมาณ 100 ล้านบาท ทำให้ “กล้วยไข่” ที่ชาวสวนทั่วไปมองเป็นผลไม้พื้นๆ กลายเป็นของมีราคาขึ้นมาทันที และทำให้กำแพงเพชรเป็นเมืองที่มีฉายาว่า “เมืองกล้วยไข่” โด่งดังไปทั่วประเทศ
แรกเริ่มทีเดียวนั้นเล่ากันว่าเมื่อ 60 ปีมาแล้ว ได้มีการปลูกสวนกล้วยไข่กันก่อนที่บ้านเกาะตาล ตำบลแสนตอง อำเภอขาณุวรลักษบุรี โดยชาวจีนชื่อนายหะคึ้ง แซ่เล้า นำพันธุ์กล้วยไข่จากนครสวรรค์มาปลูก ต่อมาได้มีการขยายพันธุ์ออกไปตามท้องที่อำเภอต่างๆ ในที่สุดไปปลูกมากในเขตอำเภอเมือง เนื่องจากมีสภาพดินฟ้าอากาศเอื้ออำนวยในการเพาะปลูกถึงขั้นนี้จึงได้มีการรวมกลุ่มเพื่อขยายตลาดให้กว้างเพียงพอต่อผลผลิต ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศได้ให้ความสนใจในกล้วยไข่เมืองกำแพงเพชร
วิธีการส่งเสริมทางด้านการตลาดกล้วยไข่ที่หน่วยราชการ และผู้ประกอบการทำสวนกล้วยไข่ช่วยกันจนประสบความสำเร็จมากทางหนึ่ง นั่นคือการจัดกิจกรรมของงานให้เกี่ยวข้องกับกล้วยไข่ โดยยึด แนวคตินิยมทางพื้นฐานพระพุทธศาสนาที่ชาวพุทธนิยมทำบุญเดือน 10 หรือ “สารทไทย”
สำหรับชาวกำแพงเพชรที่ฟื้นฟูประเพณีโบราณให้สอดคล้องกับการส่งเสริมการขายกล้วยไข่ของตนในฤดูกาลนี้ ก็เพราะกล้วยไข่มีผลผลิตออกชุกในช่างเดือนกันยายนนี้พอดี ประกอบกับผลไม้อื่นๆ ในช่วงนี้ไม่มีออกด้วย เมื่อมีงานบุญใดๆ ก็ตาม จึงต้องมีผลไม้เป็นส่วนหนึ่งของหวาน และของหวาน และของหวานที่นิยมทำกันในงานสารทไทยนี้ก็คือ “กระยาสารท” รสชาติค่อนข้างหวานจัด จึงต้องรับประทานกับกล้วยไข่เป็น “เครื่องเคียง” ที่สำคัญมาก
  “งานสารทไทยกล้วยไข่เมืองกำแพง” จึงเกิดขึ้นอย่างง่ายๆ เป็นครั้งแรก เมื่อปี 2524 จากพื้นฐานของงานประเพณีเก่าแก่ของชาวไทยในอดีต สอดคล้องกับการมีผลผลิตมากมายในท้องถิ่น จึงเป็นจุดเด่นของงานประเพณีนี้

ประเพณีสารทไทย (ในวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐  ) เป็นช่วงเวลาที่ชาวพุทธเข้าวัดทำบุญเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษและญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งตามความเชื่อของคนโบราณจะต้องมีขนมหวานที่ชื่อ กระยาสารทเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ในเทศกาลดังกล่าว

กระยาสารท เป็นชื่อขนมหวานของไทยชนิดหนึ่ง เชื่อกันว่ามีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล  ชื่อของกระยาสารท แปลได้ว่า อาหารที่ทำขึ้นในฤดูสารท  ทำจากถั่ว งา ข้าวคั่ว นำมาผัดกับน้ำตาลจนเหนียว เป็นขนมหวานที่นิยมทำในช่วงสารทไทย หรือในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐  เพื่อเป็นการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว

ส่วนคำว่า สารท หมายถึง ฤดูกาลแห่งการเก็บเกี่ยวพืชพันธุ์ธัญญาหาร ซึ่งจะอยู่ในช่วงปลายฤดูฝนเริ่มย่างเข้าสู่ฤดูหนาว ตามความเชื่อของคนโบราณ เมื่อเก็บเกี่ยวพืชพันธุ์ธัญญาหารในคราวแรกแล้ว พืชพันธุ์ธัญญาหารที่เก็บเกี่ยวได้ในครั้งแรก จะนำไปบรวงสรวง บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือจะช่วยให้เกิดสิริมงคลกับชีวิตและเรือกสวนไร่นาของตน

ทั่วแทบทุกภูมิภาคของไทยจะมีการจัดงานทำบุญวันสารทไทยเหมือนๆ กัน แต่ต่างกันที่ชื่อเรียก เช่น ภาคใต้จะเรียกประเพณีนี้ ประเพณีชิงเปรต  ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะจัดชื่องานทำบุญข้าวสาก  ส่วนภาคเหนือจะเรียกกันว่า ตานก๋วยสลาก และที่เป็นงานประเพณีที่มีชื่อเสียงอีกงานหนึ่ง คือ งานประเพณีสารทไทย กล้วยไข่เมืองกำแพง ที่นำเอากล้วยไข่ ของดีประจำจังหวัดที่จะให้ผลผลิตในช่วงเวลาดังกล่าวมาจับคู่กับกระยาสารท และรสชาติของกกล้วยไข่ก็ช่วยให้รสชาติของกระยาสารทกลมกล่อมยิ่งขึ้น และเป็นประจำปีของกำแพงเพรชและขึ้นชื่อเป็นงานสารทไทยกล้วยไข่เมืองกำแพงในงานประกอบด้วยการทำบุญการทำบุญตักบาตร การประกวดขบวนรถที่ตกแต่งด้วยกล้วยไข่เป็นหลัก ประกวดธิดากล้วยไข่, การประกวดกล้วยไข่, การจำหน่ายกล้วยไข่, การแข่งกวนกระยาสารท