ประเพณีลอยเรือ

ความสำคัญประเพณีลอยเรือ

         ประเพณีลอยเรือ เป็นประเพณีที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษดั้งเดิมของชาวอูรักลาโวย ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกระบี่และจังหวัดใกล้เคียง เมื่อถึงเวลาที่กำหนดสมาชิกในชุมชนและญาติพี่น้องที่แยกย้ายถิ่นไปทำมาหากินในแถบทะเล และหมู่เกาะต่าง ๆ ในทะเลอันดามันจะพากันเดินทางกลับมายังถิ่นฐาน เพื่อประกอบพิธีนี้ สำหรับชาวเลหรือชาวบ้านที่ใช้ชีวิตตามชายฝั่งทะเล เรือประมงที่ใช้ออกหาปลามีความสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเล  ชาวอูรักลาโวยหรือชาวเลในเขตจังหวัดกระบี่และจังหวัดใกล้เคียงมีประเพณีเกี่ยวกับเรือที่เรียกว่า ประเพณีลอยเรือ หรือพิธีลอยเรือในวันขึ้น ๑๓ –๑๕ ค่ำ เดือน ๖ และเดือน ๑๑ จัดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ให้กับคนในหมู่บ้าน ชุมชน ชาวอูรักลาโวยที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกระบี่และจังหวัดใกล้เคียงได้ส่งต่อประเพณีลอยเรือมาสู่ลูกหลานหลายชั่วคน โดยกำหนดให้วันที่จัดประเพณีลอยเรือเป็นวันที่ญาติพี่น้องและสมาชิกในชุมชนที่แยกย้ายไปทำมาหากินอยู่ตามทะเล และหมู่เกาะต่างๆ ในเขตทะเลอันดามันจะพากันเดินทางกลับมายังถิ่นฐานอันเป็นบ้านเกิดของชาวอูรักลาโวย ได้พบปะพูดคุยกกันและประกอบประเพณีนี้ร่วมกัน

 

ประเพณีลอยเรือเป็นประเพณีที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อและวิถีชีวิตของชาวเลอูรักลาโวย ซึ่งเชื่อกันว่าการจัดประเพณีลอยเรือเป็นการสะเดาะเคราะห์ ส่งวิญญาณบรรพบุรุษกลับบ้านเมืองเดิมและเป็นการส่งสัตว์เพื่อไถ่บาป โดยกำหนดให้เรือเป็นตัวแทนของพาหนะที่ใช้ส่งวิญญาณคนและสัตว์ไปยังอีกภพภูมิหนึ่ง บ้างก็เชื่อว่าเป็นการทำนายสภาพดินฟ้าอากาศ

ตัวเรือประดับด้วยไม้แกะสลักเป็นรูปต่างๆ ที่เป็นตัวแทนของบรรพบุรุษที่มีบทบาทสำคัญหลายๆ คน เช่น รูปนกเกาะหัวเรือซึ่งหมายถึง “โต๊ะบุหรง” บรรพบุรุษของชาวอูรักลาโวยที่สามารถห้ามลมห้ามฝนได้  ลายฟันปลา หมายถึง “โต๊ะบิกง”  บรรพบุรุษที่เป็นฉลาม ลายงูจะหมายถึง “โต๊ะอาโฆะเบอราไตย”   รวมไปถึงตุ๊กตาไม้ที่รับเอาเคราะห์ โรคภัยไข้เจ็บ ทุกข์โศกต่างๆ ของสมาชิกในครอบครัวได้เดินทางไปพร้อมกับเรือ

ตลอด ๓ วันในช่วงวันประเพณีลอยเรือจะมีพิธีการต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย เริ่มจากในช่วงเช้าของวันขึ้น ๑๓ ค่ำ  ชาวเลจะเดินทางไปยังบริเวณที่จะทำพิธี โดยฝ่ายชายจะสร้างและซ่อมที่พักชั่วคราวขึ้นในขณะที่ฝ่ายหญิงจะช่วยกันทำขนม หลังจากนั้นในช่วงเย็นทุกคนจะมาร่วมกันที่ศาลบรรพบุรุษเพื่อนำอาหารไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษเพื่อเป็นการบอกกล่าวให้บรรพบุรุษมาร่วมพิธีลอยเรือ

ในเช้าวันขึ้น ๑๔ ค่ำ ผู้ชายจะไปตัดไม้นำมาสร้างเรือ ส่วนผู้หญิงก็จะออกมาร้องรำทำเพลงสนุกสนานซึ่งเชื่อกันว่าการร่ายรำนั้นได้บุญ จัดเตรียมขบวนแห่รอรับไม้ที่ฝ่ายชายไปตัดมา แล้วแห่ไปรอบๆ ศาลบรรพบุรุษเพื่อนำกลับมาทำเรือ ที่ชื่อว่า ปลาจั๊ก  ช่วงกลางคืนจะมีพิธีฉลอง มีการรำรอบเรือเพื่อบูชาวิญญาณบรรพบุรุษประกอบเสียงดนตรี และในเวลาเที่ยงคืนโต๊ะหมอจะทำพิธีฉลองเรือและพิธีสาดน้ำ (เลฮุบาเลฮ) และจะเริ่มพิธีอีกครั้งตอนเช้าตรู่วันขึ้น ๑๕ ค่ำ ก่อนที่จะนำเรือไปลอยในจุดที่เรือจะไม่ลอยกลับเข้าฝั่งอีก

หลังจากเสร็จพิธีลอยเรือแล้ว ในช่วงบ่ายผู้ชายออกไปตัดไม้อีกรอบหนึ่งและหาใบกะพร้อเพื่อทำไม้กันผีสำหรับพิธีฉลองตอนกลางคืน  และเมื่อใกล้สว่างโต๊ะหมอจะทำพิธีเสกน้ำมนต์ทำนายโชคชะตา และสะเดาเคราะห์ให้กับผู้ที่เข้าร่วมพิธีก่อนจะอาบน้ำมนต์ และแยกย้ายกันกลับบ้านโดยจะมีการปักไม้กันผีไว้รอบๆ หมู่บ้านด้วย